วันนี้ เรามาแชร์อีกสายงานที่ พี่วิศวะวัสดุ มก. ได้แสดงฝีมือ คือ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาทางระบบ (System consultant)
พี่ภู Mat-E20, E73, KU77 ปัจจุบันทำงาน ตำแหน่ง ที่ปรึกษาทางด้านระบบ Software ERP ในส่วนของ SAP (ย่อมาจาก System, Applications, and Products in Data Processing) บริษัท Accenture Thailand ซึ่งเป็น บริษัทที่ปรึกษาทางด้านเทคโนโลยีระดับโลก ให้บริการด้วยเทคโนโลยีชั้นนำและประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของทีมที่ปรึกษา เพื่อสร้างคุณค่าและแก้ปัญหาให้กับลูกค้าในหลากหลายสายงานธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่ ด้าน ดิจิทัล IT อุตสาหกรรมการผลิต ต่างๆ
การทำงานในสาย ที่ปรึกษา หรือ consultant มีความน่าสนใจที่จะต้องประยุกต์ใช้ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย ได้อย่างรวดเร็ว การวางระบบที่ตอบความต้องการของลูกค้า เพื่อเพิ่มผลิตผลและประสิทธิภาพให้กับบริษัท จะเห็นได้ว่าต้องมีทั้งความรู้และทักษะเชิงวิศวกรรม รวมไปถึง ความรู้และทักษะเชิงธุรกิจและดิจิตอลเป็นอย่างสูง
น้องๆคนไหนสนใจงานสายที่ปรึกษา ลองไปอ่านงานพี่ภูกันต่อได้เลยครับ
#################################
#Mat_E_KU : สวัสดีครับ กวนพี่ภูแนะนำตัวเองและตำแหน่งสายงานในปัจจุบัน ได้เลยครับ
#พี่ภู : สวัสดีครับ ชื่อ เวสสภู มงคล (ชื่อเล่นภู) KU77, E73, Mat-E20
ปัจจุบันทำงานที่ Accenture Thailand ในตำแหน่งของ SAP – Business & Integration Architecture Associate หรือว่า ตำแหน่งที่ปรึกษาทางด้านระบบ Software ERP ในส่วนของ SAP ครับ โดย Accenture Thailand เป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาซึ่งจะแบ่งงานกันเป็นรูปแบบโปรเจค โดยที่แต่ละโปรเจคจะเป็นชื่อลูกค้าที่ทางคนที่เป็นที่ปรึกษาจะไปให้คำปรึกษา กับลูกค้าที่ได้รับมอบหมายมาครับ
#Mat_E_KU : ช่วยอธิบายหน้าที่ความรับผิดชอบในสายงานของพี่ได้ไหมครับ
#พี่ภู : ในการทำงานแต่ละโปรเจค จะแบ่งเป็นทีมใหญ่ๆครับ โดยรูปแบบทีมจะเป็นทั้ง Vertical (ให้นึกถึงแผนผังองค์กรที่มีลำดับชั้น) และ Horizontal (ให้นึกถึงทีมที่มีหน้าที่เท่ากันสำดับความสำคัญเท่ากัน) โดยในส่วนของผมจะทำหน้าที่รับผิดชอบในส่วนให้คำปรึกษาระบบ SAP ให้กับลูกค้าที่มีความต้องการที่จะ Implement และ Support
โดยที่ Process จะเริ่มทำตั้งแต่รับ Requirement ของลูกค้าว่าทางลูกค้าอยากว่าได้รูปแบบการแสดงผลข้อมูลในระบบ SAP อย่างไร ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆก็อาจจะเป็นการออกแบบ UX/UI ครับ โดยที่ ระบบ SAP หลักๆก็จะประกอบไปด้วยรูปแบบของ “WRICEF” โดยความหมายจะมีดังนี้ครับ
W – Workflow : การกำหนดกระบวนการอัตโนมัติใน SAP เพื่อช่วยในการประมวลผล เช่น การอนุมัติคำขอซื้อหรือใบแจ้งหนี้
R – Reports : รายงานที่พัฒนาขึ้นเพื่อดึงข้อมูลและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง เช่น รายงานยอดขายหรือรายงานสินค้าคงคลัง
I – Interfaces : การเชื่อมต่อหรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง SAP กับระบบอื่น เช่น การส่งข้อมูลจาก SAP ไปยังระบบการเงินหรือการรับข้อมูลจากระบบ MES (ระบบโรงงาน)
C – Conversions : การนำเข้าข้อมูลจากระบบเก่าหรือแหล่งข้อมูลอื่นเข้าสู่ SAP เช่น การย้ายข้อมูลลูกค้า หรือข้อมูลสินค้า
E – Enhancements : การปรับแต่งหรือเพิ่มฟังก์ชันให้กับ SAP เพื่อให้ตรงกับความต้องการทางธุรกิจ เช่น การเพิ่มฟิลด์ในหน้าจอ
F – Forms : แบบฟอร์มเอกสารที่สร้างขึ้นเพื่อการพิมพ์หรือการแสดงผล เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสนอราคา หรือใบสั่งซื้อ
หลังจากได้รับ Requirement เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็จะต้องทำการประเมินว่าสิ่งที่ทางลูกค้าต้องการเราจะใช้เวลาในการ Development อยู่ที่ประมาณกี่วันครับ หรือ ที่เรียกกันว่า “Man day” ครับ ซึ่งทั้งนี้ก็จะต้องมีการประชุมกันทั้ง Internal team (เป็นการประชุมภายในระหว่าง Consult และ ทางทีม Programmer) และ External team (เป็นการประชุมระหว่างทีม Consult และ ลูกค้าที่ทางทีมได้รับ requirement มา)
พอเราได้สิ่งที่ลูกค้าต้องการแล้วเราก็จะเข้าสู่กระบวนการที่จะให้ลูกค้าได้ทำการทดสอบ Program ครับ โดยทั้งนี้การทำงานของแต่ละทีมก็จะมีการทำงานที่แตกต่างกันออกไปครับ ซึ่งจะมีทั้ง Waterfall และ Agile ครับ ขึ้นอยู่กับการกระจายงานและงานที่ได้รับมอบหมายของแต่ละทีมครับ
#Mat_E_KU : ฟังจากความรับผิดชอบต้องมีการพัฒนาระบบอย่างละเอียดให้กับลูกค้า ตั้งแต่เข้าใจกระบวนการของลูกค้า ไปจนถึงเสนอ ระบบเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้า แล้วในส่วนความรู้ที่พี่ภู ได้ใช้จากการเรียนที่ภาควิชาวิศวกรรมวัสดุ ประยุกต์ใช้ส่วนใดบ้างครับ
#พี่ภู : สำหรับความรู้ที่ได้จากการเรียนภาควิชาวิศวกรรมวัสดุ ก็เป็นความรู้ที่สามารถต่อยอดได้หลายๆวิชาเลยครับ เช่น Principle of Chemistry, การออกแบบผังโรงงาน, การออกแบบกระบวนการผลิต Manufacturing, Innovative Thinking , Design Thinking
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงวิชาเลือกต่างๆ ก็ใช้ประโยชน์ได้เยอะครับ เช่น Rubber Technology, Composite Materials, Materials Technology in Petroleum and Petrochemical Industries, Economics for Materials Engineering
สาเหตุอันเนื่องมาจากโปรเจคในประเทศไทย ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอุตสาหกรรมในส่วนของโรงงาน ไม่ว่าจะเป็น โรงงานยาง, โรงกลั่นน้ำมัน, โรงแยกก๊าช ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรมมีความสำคัญของประเทศไทยมากๆครับ และแน่นอนครับว่า #ความรู้ที่ได้จากภาควิชาวัสดุของเรา ก็แทบจะครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมที่กล่าวมาเลยครับ
ซึ่งในแต่ละโปรเจคโจทย์จะไม่เหมือนกันครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ภาควิชาวิศวกรรมวัสดุได้ให้ความรู้กับผมมานั้น ผมสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ ในช่วงที่คุยเพื่อรับ Requirement จากลูกค้าและสามารถปะติด ปะต่อเรื่องราวนั้นได้ง่ายทำให้สามารถมองเห็นถึงภาพรวมของธุรกิจได้รวดเร็วขึ้นด้วยครับ
#Mat_E_KU : เยี่ยมมากเลยครับที่สามารถใช้ความรู้ต่อยอดได้มากขนาดนี้ นอกจากนี้ ก่อนจะมาทำงานในด้าน consultant พี่ภูมีสะสมประสบการณ์ทำงานที่ไหนมาก่อนบ้างไหมครับ
#พี่ภู : ก่อนหน้านี้ ผมได้ทำงานเก็บประสบการณ์มา 2 ที่ครับ
ที่แรก : ทำที่ Thonburi energy storage manufacturing เป็น Production Engineer ซึ่งเป็น Product เกี่ยวกับ Battery รถยนต์
ที่สอง : ทำที่ Delta เป็น Industrial Engineer ทำเกี่ยวกับการผลิต PBC และ Product ที่ใช้ PBC เป็นส่วนประกอบ
จาก 2 ที่ ที่ผ่านมาช่วยให้มองการทำงานในส่วนของการทำงานแบบเป็นระบบ Process ได้เข้าใจมากขึ้นครับ เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในปัจจุบันครับ
#Mat_E_KU : พี่ภูดูมองภาพงานเป็นระบบมากๆครับ ถ้าน้องๆสนใจสายงานนี้ พี่ภูแนะนำให้น้องๆเตรียมตัวอย่างไรครับ
#พี่ภู : อย่างแรกเลยก็ต้องเป็นความรู้ภาษาอังกฤษครับ เพราะขึ้นชื่อว่างาน Consult เป็นงานที่ทำกับคนที่เป็นต่างชาติเยอะมากๆครับ ทำให้มีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษอยู่บ่อยครั้งครับและความรู้ SAP ต่างๆก็เป็นเอกสารภาษาอังกฤษครับ
อย่างที่สองไปก็ต้องเตรียมความรู้พื้นฐานทางด้านการเขียน Program อาจจะเริ่มด้วยภาษา Python ก็ได้ครับเพราะว่าเราเป็นภาษาที่เข้าถึงง่ายที่สุดครับ
อย่างที่สามก็อาจจะเป็นความรู้ทางด้านการออกแบบ UX/UI ต่างๆครับเวลาไปรับ Requirement จากลูกค้าจะได้มีความเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นครับ
อย่างสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของความรู้รอบตัวครับ สำคัญมากครับ ก็จะประกอบไปด้วยเรื่องของเศรษกิจทั้งของโลกและของไทย, ภูมิรัฐศาสตร์, การขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับสถานะการณ์โลกในตอนนี้นี้จะส่งผลกระทบอะไรกับลูกค้าของเราบ้างครับ
####################
ขอบคุณพี่ภูมาก ที่มาแชร์อีกสายงาน ด้าน technology consultant ที่น่าสนุก ได้ใช้ทั้งความรู้ทางวิศวกรรมวัสดุ ผสานไปกับเทคโนโลยีดิจิตอลและระบบ IT เพื่อให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมในประเทศครับ
ต้องบอกว่า ทางอาจารย์ ได้เจอพี่ภูโดยบังเอิญ ที่สถานี ม.เกษตรศาสตร์ รถไฟฟ้า BTS ขณะที่พี่ภูกำลังเดินทางไปพบกับลูกค้ากลุ่มบริษัทใหญ่แถวๆสถานีจตุจักร เลยได้พูดคุยถึงสายงานที่พี่ภูได้ทำอยู่ในปัจจุบัน
ได้เห็นแววตาของพี่ภู ที่มีฝันอยากจะทำงานในสาย ที่ปรึกษาเทคโนโลยีตั้งแต่จบใหม่ จึงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงาน และขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับสมัครงานในสายนี้ จนปัจจุบันสามารถได้ทำงานที่ตนเองตั้งเป้าหมายไว้
ยินดีและชื่นชม ที่เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกอีกหนึ่งสายงานให้กับ ชาววิศวกรรมวัสดุ กันครับ ทำให้เราได้เห็นภาพถึงอีกหนึ่งโอกาสสายงานที่น่าสนใจมากๆ
ว่าแล้ว เลยทาบทามพี่ภูไว้ ให้มาสอน basics ขั้นต้นของระบบ ERP ให้น้องๆ Mat-E KU จะได้มีพื้นฐานทางระบบบัญชีเบื้องต้นกันครับ
ขอบคุณพี่ภูอีกครั้งครับ